เดอะ ดาวินชี โค้ด
กีฬาออนไลน์ December 8th, 2011silvergoose กระแสต้านภาพยนตร์ฉาว “เดอะ ดาวินชี โค้ด” ลามถึงไทย สภาคริสตจักรนัดรวมพลแสดงจุดยืนต่อการบิดเบือนเนื้อหาเกี่ยวกับพระเยซู อังคารนี้ พร้อมแจงรายละเอียด 2 โต้แย้งทุกประเด็นหวั่นคนรุ่นใหม่ดูหนังแล้วคล้อย ตามหลงเชื่อ ด้านศิลปินนักร้องคริสเตียนคนดังร่วมประกาศท่าทีเพียบจากกระแสการแอนตี้ภาพยนตร์เรื่อง “ดอะ ดาวินชี โค้ด”ซึ่งสร้างจากหนังสือชื่อเดียวกันของ “ดน บราวน์”ที่กำลังขยายวงกว้างออกไปหลายประเทศและเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในกลุ่มชาวคริสต์ทั่วโลกที่รับไม่ได้กับเนื้อหาในภาพยนตร์มีการบิด เบือนจากพระคัมภีร์ไบเบิลอย่างรุนแรงและมอง ว่าเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามศาสดา โดยเฉพาะ ประเด็นที่ระบุว่าพระเยซูได้แต่งงานและใช้ชีวิต แบบปกติธรรมดามีลูกหลานมาถึงปัจจจุบัน ทำ ให้หลายประเทศออกมาเคลื่อนไหว แสดงความ ไม่พอใจ ทั้งอินเดีย จีน สิงคโปร์ กรีซ ฟิลิป-ปินส์ อเมริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งนครวาติกัน โดยบางประเทศขอให้แบนหนังเรื่องดังกล่าว ขณะที่ประเทศไทยเป็นอีกประเทศหนึ่งที่จะฉายหนังเรื่องดังกล่าวพร้อมกับประเทศอื่นทั่วโลกขณะที่ก่อนหน้านี้ นายประคอง โพธิ์ศรีทอง ผู้ประสานงานมิชชันนารีแห่งประเทศไทย ระบุว่า ตัวแทนจากองค์กรศาสนาคริสต์ 4 องค์กรอาจจะยื่นจดหมายถึงกระทรวงวัฒน ธรรม ผู้บัญชาการกรมตำรวจแห่งชาติ และกรม การศาสนา ขอให้ระงับการฉายและเผยแพร่ภาพยนตร์เรื่อง” เดอะ ดาวินชี โค้ด”เนื่อง จากเห็นว่าเนื้อหาที่บิดเบือนอาจทำให้ผู้ชมเข้าใจผิดได้ และขอความร่วมมือจากประชาชนให้ต่อต้านหนังเรื่องนี้ต่อไปแม้ว่าในหนังสือหรือในหนังเรื่องนี้จะแต่งนิยายเกี่ยวกับพระเยซูอย่างไรก็ไม่มีทางที่จะสั่นคลอนความศรัทธาที่ชาวคริสเตียนมีต่อพระองค์ไปได้ เพราะสิ่งที่เราเชื่อนั้นได้มีการพิ สูจน์มีหลักฐานอ้างอิงสืบทอดกันมากว่า 2,000 ปี ไม่มีอะไรมาลบล้างพระคัมภีร์ได้ ถ้าไม่ใช่เรื่องจริงคงจะมีคนนับถือศรัทธาต่อพระเยซูมาก กว่า 2 พันล้านคนทั่วโลก และมากกว่า 1 ล้าน คนในประเทศไทยหลังจากที่ศาสนาคริสต์เข้ามา เผยแพร่เมื่อประมาณ 200 กว่าปีก่อน โดยประ เทศเพื่อนบ้านของเรายิ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น หากไม่ใช่เรื่องจริงศาสนาคริสต์คงจะหายไปแล้ว การระบุว่า พระเยซูแต่งงานใช้ชีวิตตามปกติธรรมดายิ่งเป็นไปไม่ได้ เป็นการลบล้างความเชื่อที่พระองค์ทำการไถ่ปาบให้มนุษย์ไปอย่างสิ้นเชิงคนไทยจำนวนมากที่เป็นคริสเตียน ผม เชื่อว่าทุกคนก็จะรู้สึกเหมือนกันคือ รู้สึกไม่สบายใจที่มีคนเอาบุคคลที่เราเคารพนับถือมาพูด ในทางเสียๆ หายๆ และเราทุกคนก็ไม่อยากให้พูด แต่ในเมื่อมันเป็นหนังก็ต้องเข้าใจว่ามันสร้างขึ้นมาเพื่อจะขายบอย กล่าวต่อไปว่า ตามความเชื่อของคริสเตียนนั้น แกนหลักของคริสเตียนคือพระ เยซูไม่มีใครเป็นตัวแทนของพระเยซูได้ สิ่งที่เชื่อ นั้นอยู่ที่ใจ พระเจ้าจึงอยู่ในใจของคริสเตียนคนเขียนหนังสือเล่มนี้และคนทำหนังเรื่อง นี้เขาคงไม่รู้จักพระเจ้าเหมือนที่เรารู้จัก เพราะ ถ้ารู้เขาก็คงไม่เขียนไม่ทำแบบนี้ แต่เป็นธรรม ชาติของมนุษย์ที่ชอบเรื่องฉาวโฉ่ เรื่องแฉคนอื่น มันจึงเข้าไปเพิ่มความอยากรู้อยากเห็น แต่จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่อง แต่สำหรับ กรณีนี้มันเป็นการเอาข้อมูลมาบิดเบือน ซึ่งคน เขียนเขาก็ยอมรับอยู่แล้วว่าสิ่งที่เขียนเป็นเรื่อง แต่งขึ้น เป็นนิยายผมขอพูดในฐานะคริสเตียนคนหนึ่งว่า ถ้า สิ่งที่เขาทำนั้นเป็นเรื่องไม่จริง เดี๋ยวพระเจ้าจะ จัดการเอง ผมเชื่อของผมอย่างนั้น”เกรงคนไม่รู้จักพระเจ้าเข้าใจผิดการแถลงจุดยืนนั้นไม่ใช่การเคลื่อนไหว ไม่ใช่ในลักษณะต่อต้าน เพราะทราบดีว่ายิ่งต่อ ต้านคนยิ่งอยากไปดูกันเข้าไปใหญ่ สิ่งที่เราต้องการคือการชี้แจงข้อเท็จจริงลองเทียบง่ายๆ ว่า เรื่องของประวัติศาสตร์ ไทย คนไทยจะรู้ดีว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ถ้าคนไทยนำประวัติศาสตร์ไทยมาสร้างเป็นหนัง มันก็ไม่มีอะไรบิดเบือน แต่ถ้าเป็นประเทศอื่นที่หยิบไปทำ มันก็คงมีการบิดเบือนข้อเท็จจริงไป เราซึ่งเป็นเจ้าของประเทศก็ต้องชี้แจงให้คนภายนอกได้รับทราบข้อเท็จจริงยันกรมการศาสนาไม่ได้รับร้องเรียนเรื่องย่อ..”The Da Vinci Code : รหัสลับระทึกโลก”กลางดึกสงัดคืนหนึ่ง ศาสตราจารย์ชื่อดัง โรเบิร์ต แลงดอน ได้รับโทรศัพท์สายตรงจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจแห่งฝรั่งเศส ให้เดินทางไปที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ซึ่งเป็นที่เกิดเหตุฆาตกรรมโหด ที่ “ชาร์ค โซนิแยร์”หัวหน้าผู้ดูแลพิพิธ ภัณฑ์เป็นเหยื่อ แต่ก่อนที่จะหมดลมหายใจ ชาร์คได้จัดร่างอันโชกเลือดของเขาในลักษณะ ที่เป็นรูป “วิทรูเวียนแมน”หรือรูปคนบนดาว ห้าแฉกไว้อย่างมีเงื่อนงำ เพื่อชี้เบาะแสถึงผู้ร้าย ตัวจริง จากผู้เชี่ยวชาญด้านศาสนสัญลักษณ์ที่เดิมทีถูกเรียกตัวมาให้คำปรึกษา โรเบิร์ตกลายเป็นผู้ต้องสงสัย เมื่อมีเหตุหลักฐานชี้ว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับฆาตกรรมครั้งนี้silvergoose
